Sukhumpinij's profile* YuNGYiNG *PhotosBlogListsMore Tools Help

* YuNGYiNG *

Sukhumpinij

October 29

งี่เง่า

 
 
สองอาทิตย์ที่ผ่านมาจะว่าจิตตกก็ไม่เชิง
 
อารมณ์แบบว่าหงุดหงิด หงุดหงิด
 
อย่างที่เค้าว่าความรักจะต้องดูกันหลังโปรโมชั่นมันก็คงจริง
 
ช่วงๆนี้คุณชายเร่งเขียนเปเปอร์เพื่อเอาไว้ใช้สมัครงาน
 
ตัวเราเองก็เข้าใจว่าคงยุ่งๆจะมางอแงมากก็ไม่ดี
 
แต่เดือนที่ผ่านมา แทบจะไม่มีเวลาว่างไปไหนมาไหนด้วยกันเลย
 
ยังดีที่ได้เจอแล้วก็คุยกันเกือบทุกวันเหมือนเดิม
 
ปัญหาไม่ใช่เรื่องไม่มีเวลาให้หรืออะไรหรอก
 
แต่เรื่องที่นัดแล้วให้รอเนี่ย เป็นปัญหามาหลายทีแล้ว
 
สุดท้ายก็เกิดขึ้นอีกทีอาทิตย์ที่แล้ว
 
ตัวเราเองเกลียดการรอคอยเป็นที่สุด แล้วอีกอย่างนึงรอแล้วไม่มาเนี่ย
 
อารมณ์ตอนนั้นมันฉุนกึกมากๆ ทะเลาะกับคุณชายไป
 
แต่กลับประสาทเสียอยู่คนเดียว ขานั้นนะกี่ที่ก็ไม่ทะเลาะด้วย
 
แบบนี้ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ แต่สุดท้ายก็กลับมาดีกันเหมือนเดิม
 
ไอ้ที่ดูหนักๆอีกเรื่องคงจะเป็นเมื่อวาน สดๆร้อนๆ
 
เพราะตัวเองก็เอาแต่ใจ บวกกับอารมณ์น้อยใจสะสมมาเรื่อยๆ
 
พอระเบิดตูมใส่คุณชาย แต่คุณชายไม่สนใจ ไม่รับรู้
 
โอยย โกรธหนักไหมล่ะคู๊ณ แต่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าไม่รู้
 
คิดว่าคุณชายรู้แต่ไม่อยากคุยให้ทะเลาะไปกว่าเดิม
 
หนักไปทางน้องคนไทยโน้น ฟังเราระบาย อารมณ์ตอนนั้นมันเศร้าจริงๆนะ
 
ไปๆมาๆที่บ้าบอไปทั้งวันน่ะ อีคุณชายไม่รู้เรื่อง
 
ไม่รู้ว่าทำอะไรผิด แต่พอได้คุยก็โอเคจบเรื่องที่คาใจไป
 
จริงๆนะ ใจตอนนั้นก็มีคิดเหมือนกันว่าถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ
 
เราจะไหวไหม หยุดตอนนี้ดีกว่าหรือเปล่า
 
แต่สุดท้ายเจอกัน คุยกัน ปรับความเข้าใจกัน ก็จุงมือกันต่อไปเหมือนเดิม
 
มาถึงตอนนี้นึกๆดูแล้ว เราเองก็ผิด เพราะเป็นพวกคิดมาก
 
เก็บสะสมเรื่องน้อยใจไว้เยอะแยะ พอมันสุดจะทนก็ระเบิดออกมา
 
แล้วก็ทุกที คุณชายก็ยอมทุกที เป็นแบบนี้ก็สงสารจับจิต
 
อย่างเมื่อวานพอเคลียร์คุณชายก็ไปยิม ถามว่าจะมาอีกไหม
 
ก็บอกว่าไม่มาแล้ว เราก็โอเค วันนี้เหนื่อยทั้งวันล่ะ ไม่ต้องมาก้ได้
 
แต่สุดท้ายก็โทรมาบอกว่าจะมาหาอีกรอบ
 
มาถึงทำหน้าแป้นแล๋น เอาทาโกยากิมาฝาก
 
ตอนนั้นเหรอใจพองไปถึงไหนแล้ว ก็บ่นมาหลายวันล่ะว่าอยากกิน
 
ทะเลาะกันแล้ว โปรโมชั่นเดิมกลับมามันก็ดีแบบนี้
 
แถมอาทิตย์นี้บอกว่ามีเวลา จะไปปิคนิคกัน
 
ถ้างี่เง่าแล้วได้ผลแบบนี้นะ คงทำไปนานล่ะ
 
ฮาๆๆ
 
ปล. ถ้าอ้นเข้ามาอ่าน เม้นต์ไม่ดีแกตายแน่
 
October 06

จะอะไรก็ดี

 
สองสามวันมานี่ฟ้าฝนไม่เป็นใจเล้ย
 
ไต้ฝุ่นเข้าฝนก็ต๊กตก อากาศก็น่านอน แต่ แต่ และแต่
 
งานเยอะมาก แทบไม่ได้แหย่ตูดนั่งเลยต้องว่างั้น
 
เมื่อวานเซนเซสองคนสอนวันเดียวกัน
 
ไอ้ผู้ช่วยอย่างเราเรอะ แทบตายคนนึงสอนสายอีกคนสอนคาบบ่าย
 
คาบบ่ายก็เตรียมแลปำว้เป็นอาทิตย์ล่ะ
 
ไหนจะสไลด์เตรียมสอนอีก ตอนนี้เงินน่ะ ไม่อยากได้ล่ะ
 
อยากพักมากกว่า งานตัวเองไม่เดินเลย ทำๆหยุด
 
ทำแลปทั้งงานเขียน ซึ่งจริงก็ใกล้วันที่ต้องไปพรีเซนต์ล่ะ
 
วันนี้จะมีน้องคนไทยมาแลกเปลี่ยนที่แลปหนึ่งปี
 
อันนี้ก็อีกหนึ่งหน้าที่ ติวเตอร์ มันก้ไม่ได้อะไรมากหรอก
 
แต่ช่วงนี้งานเยอะก็เลย เฮ้อ เซนเซหนูอีกแล้วเหรอ
 
ความไว้ใจกะวางใจ ที่พิสูจน์ตัวเองมา
 
มันก็ดี แต่มันก็เหนื่อย
 
เพราะวันๆนึงถ้าวันไหนเซนเซมีเรื่องงานหรืออะไรยิบย่อย
 
ตอนนี้ก็มาปรึกษาหมดทุกอย่าง
 
ดีใจและเศร้าในเวลาเดียวกัน เหอๆๆ
 
อย่างเวลาเขียนงานนี่ต้องใช้สมาธิสูง แต่
 
บางวันเซนเซก็เรียกแล้วเรียกอีก แล้วจะเอาเวลาที่ไหนเขียนงาน
 
สรุปว่าบ่นอีกแล้ว ไม่พ้นอาการคนแก่จริงๆ
 
...............................................................
 
เรื่องคุณชายก็มีให้บ่นได้ทุกวันเหมือนกัน
 
ตอนนี้เริ่มลงตัวมากขึ้น เหมือนอะไรมันเรื่อยๆไม่หวือหวา
 
(เร็วไปไหม) แต่จริงๆก็ยังมีอะไรหวานๆบ้างประปราย
 
ส่วนใหญ่จะงอนคุณชายบ่อยๆ
 
อย่างเรื่องบอกจะมา รอไปเหอะ กี่โมงกี่ยามก็ไม่บอก
 
บอกแต่ว่าเสร็จแลปจะมา ไอ้เรานะ นั่งแหกขี้หูขี้ตารอไปเถอะ
 
เป็นเรื่องให้โมโหได้ทุกวี่ทุกวัน แต่ช่วงนี้ก้ดีขึ้นมานิดนึง
 
หลังจากเจ้าแม่อาละวาดไปเมื่อวันอาทิตย์ เหอๆๆ
 
มานั่งนึกแล้วก็ขำๆนะ โกรธจริงๆจังๆไม่ได้สักที
 
หน้ามึนๆ งงๆ ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิด
 
เห็นแล้วมันก็ขำ แต่วันอาทิตย์ขำไม่ออกเลยโดนไปหลายดอกอยู่
 
ถ้าจะเม้าท์เรื่องคุณชายสามวันก็ไม่จบ
 
เห็นท่าทางเงียบๆขรึมๆ จริงๆตรงข้ามก็บุคลิกที่ถูกอบรมมาเลย
 
คบกันแรกๆขอให้ร้องเพลงให้ฟัง บอกร้องไม่เป็นไม่ร้อง
 
แล้วก็ไม่เคยเห็นร้องสักที อยู่วันนึงเปิดการ์ตูนอยู่
 
เอาเซเลอร์มูนมาฉายใหม่ อีคุณชายร้องเพลงเซเลอร์มูน
 
กรี๊ดไหมคะคู๊ณ คุณจะรุ้สึกยังไงค่ะ
 
เพลงแรกที่ได้ยินแฟนร้อง คือเพลงเซเลอร์มูน
 
แอบคิดนะว่าเกย์ปะเนี่ยแฟนชั้น ฮาๆๆ
 
เรื่องแนวๆนี้ยังมีอีกเยอะ บ้าๆบอๆ (พอๆกัน)
 
มีเวลาจะมาบันทึกไว้อีก นึกย้อนไปแล้วก็ขำดี เรื่องแมนๆก็มีนะไม่ใช่ไม่มี
 
แต่เรื่องตุ๊ดๆนี่เยอะกว่า ฮาๆๆๆ
 
...........................................................................................
 
September 09

ยาว

 
เวลาผ่านไปประมานสิบนาที แต่ก็ยังนึกชื่อเรื่องไม่ออก
 
เอาเป็นว่าเริ่มเขียนก่อนจะหมดอารมณ์ดีกว่า
 
อาทิตย์ที่แล้วดูเหมือนจะเป็นอะไรที่รู้สึกว่าหนักสำหรับตัวเองเลยทีเดียวล่ะ
 
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ แต่สาเหตุมันก็มาจากหลายๆอย่างนะ
 
จำได้ว่าวันที่รู้สึกแย่เอามากๆคงเป็นวันอังคารที่แล้วล่ะมั่ง
 
ไปออกกำลังกายก็แล้ว กลับมาก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย
 
เครียดหลายๆเรื่อง บางเรื่องตอนนั้นมันไม่มีทางออกเลย
 
โชคดีที่คุณชายแวะมา อารมณ์ตอนนั้นมันแบบว่า
 
อืม ไม่รู้จะพูดอะไร คุณชายก็แปลกใจไม่น้อยเลยอยู่เหมือนกัน
 
แต่แปลกดีที่แค่มานั่งข้างๆตรงนั่ง ไม่ได้พูดอะไรก็ดีขึ้นมากแล้ว
 
เพราะตัวเราเองก็ไมได้อยากให้ใครมาปลอบหรือพูดอะไรตอนนั้นอยู่แล้ว
 
ชอบคำพูดประโยคนึงที่คุณชายพูดออกมา
 
แปลเป็นไทยก็ประมาณว่า
 
มีคุณชายอยู่ด้วย อยู่ด้วยกัน ไม่เป็นไรนะ
 
ตอนนั้นก็แอบน้ำตาซึมเหมือนกัน
 
ปกติตั้งแต่คบกันมาไม่ค่อยมีอะไรซึ้งๆหรอก ส่วนใหญ่จะเน้นฮามากกว่า
 
จริงๆคุณชายเป็นประเภทบอกรักบ่อยๆ หลายๆครั้งต่อวัน
 
จนตอนนี้รุ้สึกธรรมดาไปแล้ว แต่แอบคิด โกหกป่ะเนี่ย ฮาๆๆ
 
จะว่าไปช่วงนี้อาจจะเป็นช่วงความรักทำให้คนตาบอด
 
อะไรๆก็ดีไปหมด น่ากลัวว่าโปรโมชั่นหมดเมื่อไหร่จะเป็นไง
 
เห็นเค้าว่าคนญี่ปุ่นไม่ติดแฟน แต่ต่างกับคุณชายจริงๆ
 
ว่างเป็นไม่ได้เป็นต้องมาเจอ
 
ก็ไม่ใช่ไม่อยากเจอนะแต่ไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เหอๆๆ
 
ยังเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงเหมือนเดิม ไม่รุ้จะทำไง
 
ก็ไม่ได้อะไรนะถ้าจะมีคนมาร่วมแชร์อะไรด้วยกัน
 
แต่บางทีก็นิดนึงอ่ะ
 
 
เปลี่ยนโหมดมั่งดีกว่า
 
เรื่องเรี่ยนก็กลุ้ม แต่ก็หวังว่าอะไรๆจะผ่านไปด้วยดี
 
อีกสองอาทิตย์ก็ไปพรีเซนต์ฮอกไกโดแล้ว ตื่นเต้นได้ไปเที่ยว
 
เรื่องงานยังไม่ถึงไหนเลย กลับมาคงได้อัพเดทรูปลงในนี้บ้าง
 
ปล่อยร้างอยุ่บ่อยๆ
 
บ้านนี้ยังมีคนอยู่น้า
 
 
July 29

สายไปหรือยัง กับ สวัสดี อีกสักครั้ง

 
หายไปเนิ่นนานหลายเดือนกับที่ตรงนี้
 
ขอบคุณนะคะที่หลายๆคนยังเข้ามาถามไถ่กันเสมอๆ
 
เนื่องจากหน้าที่หลักคือการเป็นนักเรียนและนักวิจัยแล้ว
 
ตอนนี้พ่วงตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์เข้าไปด้วย
 
จากตอนแรกที่บอกว่าทำเพื่อรับเงินอย่างเดียว
 
ตอนนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียแล้ว
 
งานมันปะเดประดังเข้ามาแบบหงุดหงิดเหลือหลาย
 
ใจก็นะ ดีใจที่เซนเซวางใจปรึกษาและไว้ใจกะไอเดียเสมอๆ
 
แต่สำหรับตอนนี้ยุ่งหลายๆเรื่องรวมกัน
 
แล้วยังต้องเหนื่อยกับเรื่องที่เซนเซปรึกษาแล้วก็เรียกทั้งวันอีก
 
สมาธิการทำงาน เขียนงานมันสะดุดไปหมดเลย
 
เมื่อวานหงุดหงิดเหลือหลาย เรียกกันทั้งวัน ทั้งเด็กและเซนเซ
 
ถ้าฉันแยกร่างได้ คงจะทำไปนานแล้ว
 
นานๆจะเข้ามาที ก็ยังไม่วายบ่นเหมือนเดิม ให้รู้ว่ายังคงคอนเซ็ปที่ระบาย
 
.............................................................................
 
ชีวิตคนเรา มีหนทางก็ต้องดำเนินกันไปเรื่อยๆ
 
ช่วงที่ผ่านมามีเรื่องราวหลายอย่างที่ผ่านเข้ามาในช่วงปีนี้
 
เรื่องเด่นคงไม่พ้นเรื่องความรัก
 
มาแบบไม่ได้ตั้งตัว แต่ก็ชัดเจนดี
 
เคยเจอแต่สิ่งที่คลุมเครือ อะไรก็ไม่รู้
 
ประมาณจะเอากะตรู
 
มาเจอคนนี้ เหอๆๆ ยังคิดเหมือนเดิม จะเอาไงกะตรู
 
จู่ๆก็มาจู่โจมไม่ได้ตั้งตัว มาขอคบแบบชัดเจน
 
ไอ้คนอย่างเราเจอมาแต่แบบไม่ชัดเจน เออออ ห่อหมกไปคนเดียว
 
เจอคนนี้เข้าไป ตั้งตัวไม่อยู่แอบมึนเล็กน้อย แต่ก็ลองคบกันไป
 
อ่านกันมาถึงตรงนี้ อมยิ้มกันแล้วใช่ไหมค่ะ
 
หญิงมีความรักสักที ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ
 
ความเป็นไปได้จนถึงจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งก็คงยากอยู่เหมือนกัน
 
ทั้งเชื้อชาติ วัฒนธรรม อีกอย่าง เรามันคนละระดับกัน ฮาๆๆ
 
เรานะคะ ที่เป็นแค่คนธรรมดา เค้านั้นแหละสูงส่งเกิ๊น
 
จบเรื่องรักไว้เท่านี้ดีกว่า เด่วจะว่าทั้งขี้บ่นและเพ้อเจ้อเนอะ
 
.........................................................................
 
ช่วงปลายปีจะไปคอนเฟอเร้นสองที่
 
ที่แรกก่อนเลย เดือนกันยาที่ ฮอกไกโด
 
เซนเซก็ยังใจดีเหมือนเดิม อยากไปเที่ยวไหนไปเลยนะ
 
ส่วนเดือนพฤศจิก็ที่ ทสึคุบะ อันนี้ก็เหมือนกัน
 
แวะเที่ยวก่อนได้นะ
 
ตกลงเซนเซยังเห็นว่าเรามาเรียนอยู่ไหมเนี่ย ฮาๆๆ
 
งานใหญ่อยู่ที่ปีหน้านี่แหละ โปรตุเกส
 
เก็บเงินเก็บทองตั้งแต่ปีนี้ วางทริปใหญ่พ่วงไปกะคอนเฟอเร้นด้วย
 
เซนเซอยากไปอียิปต์ เราอยากไปอิตาลี
 
อืมมมมม กรอบบบบบบบ
 
ดูเหมือนชีวิตแฮปปี้เหลือเกิน
 
จริงๆก็เป็นแบบนั้นแหละนะ ก็พยายามทำตัวให้มีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อย
 
ทำได้แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว
 
ตอนนี้รอลุ้นเรื่องเปเปอร์ ส่งไปที่อิมแพคสูง
 
แอบหวังนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เสียใจ (เหรอ)
 
รอลุ้นต่อไป ถ้าได้ มีลุ้นว่าปีนี้จะได้หนึ่งเปเปอร์ หนึ่งโพรซีดดิ้ง
 
ถ้าเป็นแบบนั้นได้ คงปิดเมืองเลี้ยงเลย ฮาๆๆๆ
 
โม้มายาวพอประมาณแล้ว งานจ่อก้นอีกเยอะเลย
 
รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคน
 
จนกว่าจะพบกันใหม่
 
..............................................................................
 
 
 
 
 
 
February 19

กว่าจะถึงฝัน

 
 
ได้เข้าไปอ่านข้อความของรุ่นน้องคนนึง
 
ทำให้นึกย้อนไปถึงเรื่องราวต่างๆที่เคยเกิดขึ้นมากับตัวเอง
 
หลายๆคนคงเคยได้ยินบ่อยๆกับประโยคที่ว่า
 
"ยิ่งสูง ยิ่งหนาว"
 
ตอนนั้นยอมรับว่าก็เข้าใจถึงความหมายของประโยคนั้นได้ดี
 
แต่นะ ความรู้สึกร่วมมันไม่มีหรอก
 
อะไรยิ่งสูง ยิ่งหนาว จะเป็นจริงเหรอ
 
เพราะสิ่งต่างๆที่เราเห็น และที่มันเป็นอยู่
 
มันไม่สามารถบอกอะไรเราถึงจิตใจของคน
 
แม้กระทั่งตัวเราเองก็เถอะ บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจตัวเองดีนัก
 
..........................................................
 
เมื่อหลายปีก่อน
 
ขณะที่นั่งเรียนวิชาสถิตและการวางแผนการทดลอง
 
ก็ได้รับโทรศัพท์จากรุ่นพี่คนนึงที่มีอ.ที่ปรึกษาเดียวกัน
 
"หญิง อาจารย์...เรียกให้ไปพบ อยากให้สมัครทุนไปญี่ปุ่น ไปไหม"
 
ตอนนั้นไม่อยากไป เพราะเริ่มแลปไปเยอะแล้ว
 
ก่อนที่จะวางโทรศัพท์รุ่นพี่คนนั้นก็กำชับอีกว่า
 
"อย่าบอกใครนะ"
 
แต่สำหรับฉัน บอกดีกว่า เพราะอยากให้เพื่อนๆมีโอกาสเหมือนๆกัน
 
สุดท้ายไม่มีใครสมัคร และฉันก็ต้องสมัครแกมถูกบังคับนิดหน่อย
 
สุดท้ายต้องสมัครถึงสองครั้งในปีนั้นกว่าจะได้มา
 
...........................................................
 
ด้วยความที่เมื่อก่อนค่อนข้างติดเพื่อน
 
ติดขนาดถ้ากินข้าวคนเดียวก็จะไม่ไป
 
พอมาอยู่ญี่ปุ่น อะไรๆก็เปลี่ยนไป เข้มแข็งขึ้น แกร่งขึ้น
 
จนถึงวันที่กลับไปไทย
 
เราเข้าใจมาโดยตลอดว่าเพื่อนที่เรามี เพื่อนที่เราคบอยู่
 
นี่แหละเพื่อนเรา เพื่อนตาย คบมานาน
 
แต่อะไรหลายๆอย่างมันเปลี่ยนไปหมด
 
ฉันกลับไป แลปทุกอย่างที่ทำไว้ก่อนมาญี่ปุ่น
 
ก็ต้องทำใหม่อีกครั้ง เริ่มต้นใหม่
 
เพื่อนๆคนอื่นๆไม่ได้หยิบยื่นความเห็นใจอะไรให้เลย
 
นอกจากพวกฉันรอแกไม่ได้หรอก
 
เดี๋ยวแกจบพร้อมพวกฉันได้ไง
 
นี่คือคำพูดที่ออกมาจากปากเพื่อน นี่หรือเพื่อน
 
..................................................
 
คำพูดในวันนั้น ทำให้ฉันมีสติ คิดได้ว่าต้องก้าวไปข้างหน้า
 
และต้องก้าวไปให้ไกลกว่าคนพวกนี้
 
และฉันก็พยายามจนสุดท้ายจบพร้อมกัน
 
กับพวกที่ไม่ได้ไปไหนเลยอยู่แต่เมืองไทย
 
และขณะเดียวกันกับที่ทำเรื่องจบฉันก็สมัครสอบทุนนี้ไว้
 
เพื่อจะมาเรียนต่อเอกให้ได้
 
ตอนนั้นทุกอย่างมันสาหัส แต่มันผ่านไปไม่ยากเย็นนัก
 
เพราะอ.แม่ ที่คอยพลักดันมาโดยตลอด
 
ที่มีทุกวันนี้ได้ก็เป็นเพราะอ.แม่ และอ.พ่อนี่แหละ
 
มาถึงตอนนี้ ขณะที่เรียนอยู่ที่นี่
 
และนึกย้อนกลับไปในวันวาน
 
ทำให้รู้สึกว่าที่ผ่านมามันเล็กน้อยเหลือเกิน
 
กับสิ่งที่เราเจอที่นี่ 
 
ความอดทนที่เคยมี มันยังน้อยไปที่จะทำให้อยู่ที่นี่ได้
 
แต่มาถึงตอนนี้แล้ว ต้องเรียกว่าความเคยชิน
 
รับอะไรหลายๆอย่างเข้ามาเยอะแยะ
 
แต่สุดท้ายต้องไม่ลืมทบทวนกับตัวเอง
 
พยายามอยู่กับตัวเอง คิดไตร่ตรองสิ่งที่เกิดขึ้น
 
คิดได้ก็ดี ไม่ได้ก็ปล่อยวาง
 
ทำได้บ้างไม่ไดด้บ้าง แต่อย่างน้อย
 
มันก็ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นนี่แหละที่สำคัญ
 
...........................................................
 
ปล. ถึงน้องอ้น ถ้าเข้ามาอ่าน นี่คือประสบการณ์จากพี่ที่มีให้
 
ไม่รู้ว่าน้องเจออะไร สาหัสแค่ไหน
 
อ่านนี่แล้วก็คงเป็นกำลังใจให้น้องบ้างไม่มากก็น้อย
 
January 13

แด่...ความห่างไกล

 
 
กลับมาญี่ปุ่นก็ตั้งหลายวันแล้วนะ
 
แต่จิตก็ยังตกอยู่
 
เฮ้อ...
 
ทำไมห้องมันช่างเงียบ เงียบ และเงียบ
 
สุดท้ายนอนไม่หลับ เปิดทีวีทิ้งไว้เป็นเพื่อน
 
ค่าไฟคงกระชูดก็คราวนี้
 
รู้สึกว่ากลับมาจากบ้านคราวนี้มันเหงาพิลึก
 
คงเพราะช่วงที่กลับไปส่วนใหญ่อยู่แต่ที่บ้านมั้ง
 
ตอนนี้แม่ก็เออรี่แล้วอีกต่างหาก
 
ก็เลยหาเรื่องทำโน้นทำนี่กันทั้งวัน
 
อ่ะนะพอกลับมาก็เลยโหว่งเหวง
 
เพราะมันหนาว เงียบ เหงาก็เลยตามมา
 
........................................................
 
ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้ถึงไม่ค่อยอยากคุยกับใคร
 
จิตไม่ปกติอีกแล้วหรือเปล่า
 
เฮ้อออออ
 
...................................................
 
 
November 17

ร้าง

 
บ้านใครเนี่ย
 
ร้าง
 
.......................................
 
ฤกษ์งามยามดี ปิดแลปไปหนึ่ง
 
แต่เซนเซก็เปิดให้อีกหนึ่ง
 
ขอกลับบ้านแค่เดือนเดียว ต้องทำงานชดเชยขนาดนี้เลย ?
 
.......................................
 
มาอีกหนาวล่ะ เมื่อไหร่จะมีคนให้กอด
 
หนาวทั้งกาย หนาวทั้งใจ
 
เข้าใจล่ะ ที่เค้าว่าอายุมากขึ้น ก็หายากขึ้น
 
เออ จริง
 
ถ้าเชื่อเค้าตั้งแต่แรก เล่นตัวพองามคงจะดี
 
เค้าว่า ที่เวียดนามผู้หญิงน้อยลง
 
 ถ้าไปเวียดนาม อาจเกี่ยวได้สักคน โอกาสทอง ?
 
ขำ ขำ
 
.......................................
 
มาแบบลักปิด ลักเปิด
 
ไปแล้วคร้า
 
October 16

ราบ...เรียบ

 
 
กลับมาจากคอนเฟอเร้นที่ชิกะได้สองวันแล้ว
 
ไปสี่วัน แต่ดูเหมือนว่านานมากเลยล่ะ
 
เหนื่อยกับการเดินทางจริงๆ เพราะเดินเยอะจริงๆอ่ะ
 
โดยเฉพาะตอนไปเที่ยวที่ นารา แล้วก็ โกเบ
 
ไม่ได้ไปร่วมประชุมวิชาการแค่ปีเดียว
 
อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับทางปรับปรุงพันธุ์เปลี่ยนไปเยอะเลย
 
เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะเอางานทางด้านโมเลกุลมาใช้เยอะเลย
 
โดยเฉพาะเรื่องโคลนยีน ย้ายยีน ฮิตมากช่วงนี้
 
กลับมาทำเอาปวดหัวอยากปรับเปลี่ยนงาน
 
ให้มันคล้องจองกับปัจจุบันเสียหน่อย
 
ปรับและเปลี่ยนคงทำไม่ได้ เพราะงานด้านปรับปรุงพันธุ์
 
ผังงานมันหลายปี อย่างมากก็ได้แค่ทำแลปเพิ่มเข้าไปนิดหน่อย
 
น่าสงสารเซนเซ เพราะพอกลับมาเราก็เครียดกับงานจนเกินเหตุ
 
ทำเอาเดินไปถามเซนเซว่าสโคปงานน่ะมันอยู่ตรงไหน
 
เพราะงานที่ทำอยู่ตอนนี้บอกได้อย่างเดียวว่างมอยู่
 
เพราะไม่มีประสบการณ์มาก่อน
 
ตอนนี้ต้องวิเคราะห์พิกเม้นต์โดยใช้เครื่องมือสองอย่างพร้อมๆกัน
 
เปเปอร์ที่ดองจนใกล้เน่าก็ต้องเร่งมือ เพราะใกล้กลับไทยแล้ว
 
แถมยังต้องทำแลปเพิ่มนิดหน่อยให้เปเปอร์ที่กำลังเขียนอยู่มันสมบูรณ์ขึ้น
 
ดูเหมือนยุ่งเนอะ แต่ไม่เท่าไหร่หรอก มันยังไม่ถึงช่วงยุ่งมากน่ะ
 
บ่นเสียยืดยาว นานๆจะเข้ามาเขียนสักที ยังจะบ่นอีกเนอะ
 
 อ้อ ไปคอนเฟอเร้นคราวนี้ได้เจออ.สองท่าน
 
มาจากสถาบันวิจัยข้าว มาพูดเรื่องการปรุบปรุงพันธุ์ข้าวในไทย
 
ดีใจที่ได้เจอคนไทยด้วยกัน แถมยังรู้จักกับอ.ทรงวุฒิด้วยล่ะ
 
ไม่มีอะไรจะบ่นต่อแล้ว ชีวิตราบเรียบเหลือเกิน
 
ขนาดไปเที่ยวมาแล้วยังไม่มีอะไรจะเล่าเลย เหอๆๆ
 
ไปดีก่า
September 18

สิบวันหน

 
 
หลังจากย้ายไปบันทึกที่อื่น แต่ยังไม่วายคิดถึงสเปซเสมอๆ
 
ช่วงๆนี้แพลนหลายอย่างมันเยอะแยะเต็มหัวไปหมด
 
ทั้งเรื่องเรียน เรื่องเที่ยว แต่หลักๆน่าจะเป็นเรื่องไปเที่ยวมากกว่า
 
เดือนหน้าจะไปคอนเฟอเร้นที่ ฮิโกเนะ อยู่ไม่ไกลจากเกียวโตนัก
 
แผนเที่ยวมันเลยบังเกิด ประจวบเหมาะกับเซนเซเห็นดีเห็นงาม
 
อยากให้ไปเที่ยว สงสัยเริ่มจะเหม็นหน้ากันหรือเปล่าไม่แน่ใจ
 
เรื่องกลับไทยก็คงเป็นกลางธันวา อย่างที่คิดไว้นั้นแหละ
 
ตอนแรกขอกลับหนึ่งเดือนให้กลับสามอาทิตย์
 
มาถึงตอนนี้ ให้กลับเดือนนึงแล้ว เซนเซแก่แล้ว เอาใจยากจริงๆ
 
แต่ก็โชคดีของเราได้กลับนานขึ้น ฮ่าๆๆ
 
นานมาเขียนสักทีแต่กลับไม่รู้จะอัพเดทอะไร
 
รู้สึกว่าตัวเองจะมีความลับที่ไม่อยากเปิดเผยมากขึ้น
 
มันก็เลยอยากที่จะเขียนล่ะนะ
 
ยังไงก็ยังคิดถึงที่ตรงนี้เสมอๆ คิดถึงเพื่อนๆที่เข้ามาเยี่ยมสเปซเสมอๆ
 
เม้นบ้าง ไม่เม้นบ้าง แต่ก็รู้นะว่ามีคนแอบอ่าน
 
 
 
จนกว่าจะพบกันใหม่
 
September 02

เพราะความคิดถึง

 
 
หายไปสักพักจากบันทึกหน้านี้
 
ชีวิตช่วงนี้ พอที่จะมีเวลาให้หายใจได้สะดวกนิดหน่อย
 
ผ่านไปแล้วพรีเซ้นต์จบ ทำได้ไม่ดีนัก
 
แต่ไม่ได้เก็บมาเครียดอะไรมากมาย
 
อาทิตย์หน้ายังมีพรีเซ้นต์อีกงานนึง
 
ของแบบนี้มันต้องฝึกๆกันไปเรื่อยๆล่ะนะ
 
ตอนนี้อยากไปเที่ยวมาก มาก
 
แต่เวลายังไม่เป็นใจเลย
 
ดูจากเซนเซแล้วก็เหมือนอยากให้เริ่มแลปสักที
 
อาทืตย์หน้าคงต้องเริ่มทำสักที สนองโองการท่าน
 
เหอ ๆๆๆๆๆๆ
 
 
ปีนี้ผ่านไปเร็วจรืงๆ
 
สำหรับเรา เป็นปีที่ทำงานหนักมากทีเดียว
 
เป็นปีที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง  เพื่อลบคำสบประมาท
 
แต่ยังไงปีนี้ก็เป็นปีที่เพิ่มความเป็นผู้ใหญ่ให้พอสมควร
 
ไม่ว่าจะเรื่องอะไร
 
สุดท้ายถ้าใจเข้มแข็ง
 
ทุกอย่างมันมีเข้ามา มันก็จะผ่านไปได้เสมอ
 
 
 
จนกว่าจะพบกันใหม่
August 12

จนกว่าจะพบกันใหม่

 
 
 
ย้ายบ้านไปเขียนที่อื่นชั่วคราวนะคะ
 
รูป ถ้ามีจะเอามาแปะไว้เรื่อยๆ
 
จนกว่าจะพบกันใหม่ค่ะ
 
 
July 27

ยกภูเขาออกจากอก ลูกที่1

 
 
ส่งงานเซนเซแบบเป็นเรื่องเป็นราวสักที
 
หลังจากแยกส่งเป็นพาทๆแล้ว แต่เซนเซก็ยังไม่ตรวจให้อ่ะ
 
จมปลักมาเกือบๆสองเดือน เขียนได้บ้างไม่ได้บ้างไปเรื่อยๆ
 
อย่างน้อยก็แปดสิบหกหน้าล่ะนะ ปริ๊นออกมาแล้วชื่นใจจริงๆ
 
(รอแก้กันอีกรอบ แต่ไม่น่ามีอะไรมาก)
 
ส่วนงานที่ต้องพรีเซนต์อีกงาน ส่งบทคัดย่อไปเรียบร้อยแล้ว
 
กำหนดการออกมาแล้ว พรีเซนต์วันที่ 9 เดือน 9 เวลา 9
 
เลขสวยได้ใจจริงๆ ไม่รู้เซนเซแอบไปล็อคให้ป่าว หุหุ
 
ยัง ยัง งานมันยังไม่หมดแค่นั้นหรอก
 
เพราะว่าหลังจากซับมิททีซีสปลายเดือนนี้แล้ว
 
ก็ต้องส่ง summary อีกหนึ่งอัน ส่งก่อนยี่สิบสองเดือนหน้า
 
แล้วก็ต้องซับมิท abstract ที่จะไปเกาหลีก่อนวันที่สิบเอ็ดเดือนหน้าอีก
 
ช่วงนี้ร้อนเป็นไฟ ก็ไฟมันลุกท่วม รนก้นอยู่เนี่ยแหละ ไม่เสร็จสักที
 
(แลปก็รออยู่ เวลาไม่มี เศร้าเจงๆ)
 
ตกลงกับที่บ้านแล้วล่ะว่ากลับเดือนธันวา อ่ะนะมันสบายใจกว่ากันเยอะเลย
 
งานเสร็จแล้ว กลับบ้านแบบสบายใจไร้กังวล
 
แต่ก็เศร้าใจนิดหน่อยเพราะตอนแรกก็ว่าอีกแปปเดียวจะได้กลับแล้ว
 
เฮ้อ อีกพักนึงเลยเนอะ
 
คุยกับคนดีคนเดิม...
 
กลับมาทำงานแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูรูปเลยนะ รออยู่ รออยู่
 
(บอกว่ารอได้ เลยให้รอนานใช่ไหม >3<)
 
อุ่นใจดี เหมือนเคย
 
ไม่ได้อัพนานแต่ไม่ยักกะมีอะไรเขียน
 
ช่วงนี้อากาศร้อนเหลือเกิน ตั้งท่าแบกกล้องออกไปหลายรอบ
 
แต่แพ้แดดจริงๆ ฟ้าใส แดดสวย แต่ดิฉันกลัวดำ
 
เหอๆๆ ไม่อยากเป็นหมูย่างตอนนี้ อ้วนและดำ คงไม่ดีเท่าไหร่
 
เริ่มพร่ำเพ้ออีกล่ะ ไปดีกว่าค่ะ เจอกันเมื่ออารมณ์อยากเล่าเข้าสิงเนอะ
 
อากาศร้อนอย่าใจร้อนนะคะ
 
July 22

ยินดีด้วยนะคะ

 
 
คนดีคนเดิมรับพระราชทานปริญญาบัตรวันนี้
 
บ่ายนี้เลยไม่เป็นอันทำอะไร
 
นั่งดูถ่ายทอดสดทางเนต คนดีคนเดิมรับไปแล้วล่ะ
 
เห็นแล้วดีจัยบวกความอิจฉานิดหน่อย
 
แม้จะไม่ได้เป็นหนึ่งในกำลังใจกับความสำเร็จที่มีในวันนี้
 
แต่จะขอเป็นหนึ่งในกำลังใจในวันต่อๆไปนะ
 
ดีใจจริงๆคะ
 
 
July 18

หมูแดดเดียวววว

 
 
แค่แดดเดียวก็ดำเกินพอแล้วตอนนี้
 
ครีมกันแดดซื้อเอามาพกไว้ในกระเป๋าเฉยๆ
 
ประมานว่าแค่พกคงจะไม่ดำ
 
อ่ะนะไม่ชอบทาครีม รู้สึกไม่สบายตัว
 
แล้วยิ่งหน้าร้อน เหอๆๆ สุดจะบรรยาย
 
...............................................
 
สอนทำอาหารเมื่อวันพุธ
 
แอบเครียดกลัวเด็กๆเข้าโรงบาล
 
โชคดี ไม่มีใครเป็นไร
 
สอนเด็กไฮสคูลทำแกงเขียวหวาน
 
เหนื่อยจริงๆ แบบว่า เด็กๆพูดไม่หยุดอ่ะ
 
ถามเยอะแยะ ตอบไม่ได้ด้วย งง
 
ศัพท์แบบว่าวัยรุ่นเกิน สแลงเข้าไป คนเก่งญี่ปุ่นอย่างชั้น
 
ยิ้มสู้อย่างเดียววววว
 
.............................................
 
วันนี้นั่งเช็คราคาตั๋วแล้วลมแทบจับ ไมแพงงี้อ่ะ
 
ถ่อเรือกลับบ้านเองดีกว่าไหม เฮ้ออออ
 
หลังจากพรีเซนต์จบเสร็จ ชีพจรลงเท้าไปถึงต้นปั
 
คาดว่าคงต้องกินแกลบหรือกินเกลือไปพักใหญ่ทีเดียว
 
มีเวลาว่างเดือนกันยา คุยกับป้านอมว่าจะไปเที่ยวกัน
 
แล้วก็อาจแวะไปเยี่ยมโอกาเบะเซนเซ แกเคยอยู่แม่โจ้
 
ส่วนไปเที่ยวไหน ยังไม่รู้ แล้วแต่ป้า
 
..................................................
 
คนดีไปซ้อมรับปริญญา คิดถึงง่ะ
 
บอกไปว่าให้ยิ้มหวานๆ เพราะจะรอดูข่าวในพระราชสำนัก
 
ฮ่าๆๆๆ
 
คนดีรับวันที่ ยี่สิบสอง สิ้นสุดสักทีเนอะ น่าชื่นใจ
 
ย้อนมองตัวเอง ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่เลย เรียนอย่างเดียว
 
ถึงตอนเรียนจบ ก็คงเลขสามเหมือนเธอตอนนี้
 
ชีวิตอีกก้าว มันเพิ่งเริ่มเท่านั้นสินะ
 
แล้วอีกสามปี ชีวิตนักเรียนก็จะสิ้นสุดสักที
 
แต่อีกก้าวนึงของชั้น จะเป็นอะไร ไม่รู้จริงๆ
 
(ภาวนา...ได้สามีรวยๆๆ ไม่ต้องทำงาน กร๊ากกกกก)
 
.......................................
 
July 14

พัก

 
 
เหนื่อย...
 
แพลนกลับไทยไว้ต้นกันยา
 
แต่แล้วโรคเลื่อนก็ถามหาอีก
 
เซนเซอยากให้พรีเซนต์งาน JSABEES
 
(Japanese Society of Agricultural, Biological
 
and Enviromental, Engineers and Scientists)
 
ชื่อยาวดีแท้ เฮ้อ!
 
พรีเซนต์สามงานรออยู่ Abstract ยังไม่เสร็จสักอัน
 
ได้งานเพิ่มมา ยังไม่มีโอกาสบอกเซนเซเรื่องจะกลับไทย
 
แต่อยู่ๆแกก็ถามว่าไม่อยากกลับบ้านเหรอ
 
ตอบแกไปว่า อยากกลับแต่ว่างานเยอะยังไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหน
 
แกเลยเสนอว่า กลับหลังพรีเซนต์จบ อ่ะนะ จะกลับได้ไง
 
เพราะไอ้งานที่ว่าด้านบนมันจัด เจ็ด แปด เก้า กันยา
 
พรีเซนต์จบยี่สิบเก้าสิงหา เอาเวลาไหนกลับล่ะคะ
 
แต่ก็ตกลงกันเสร็จแล้วล่ะ ว่า ไม่แน่หลังจากไปประชุมวิชาการที่
 
เกียวโตเสร็จเดือนตุลา หรือไม่ก็ หลังจากไปพรีเซนต์ที่เกาหลี ถึงจะกลับ
 
..................................................
 
ช่วงนี้หายไปจากหลายๆที่
 
ไม่ต้องสงสัย
 
อยากเก็บตัว
 
ไม่รู้เป็นอะไร เบื่อ
 
สื่อสารกับคนนี่ยากจริงน้อ
 
หรือว่าชั้น ไม่ใช่คน ???
 
.................................................
 
July 09

ลูกรัก

 
 
ไม่ได้ไปแลปประมาณสามสี่วันได้แล้ว
 
วันนี้โผล่หน้าไปสักหน่อยกลัวเซนเซคิดถึง
 
อ่ะนะ ทำเอาเด็กตาเขียวเลย
 
สงสัยเซนเซจะคิดถึง อะไรก็ไม่ให้จับไม่ให้ทำ ดีแหละ จะได้ไม่ไปบ่อยๆ
 
แต่ก็นะ ที่แพลนว่าจะกลับไทยช่วงเดือนกันยา คงไม่ได้กลับ
 
ได้งานเพิ่มอีกแล้ว ต้องไปพรีเซนต์อีกงานนึง
 
เศร้าไปเลย ช่วงนี้เดินสาย เหอๆๆ
 
ส่วนแลปใหม่เข้าที่เข้าทางแล้วล่ะ ที่นั่งใหม่วิวดี กระจกบานใหญ่
 
ปวดตาชะมัด แสงมากไปหน่อย ตาแพ้แสงเลยไม่ค่อยชอบ
 
ตอนนี้เลื่อนผ้าม่านมาบังไว้แล้วล่ะ เด็กๆก็งง บังทำไม
 
แก่แล้วก็งี้อ่ะนะ ตาฝ้าฟาง เหอๆๆ
 
เรื่องเขียนเล่ม หยุดมาสองวันแล้ว พรุ่งนี้คงหยุดอีกวัน
 
เพราะต้องสอนแลปตอนเช้า แล้วป่านนี้ชั้นทำอะไรไม่ไปนอนเนี่ยยยยย
 
.......................................................
 
ค่าไฟเดือนนี้กระฉูดแน่นอน
 
เปิดแอร์นอนถึงเช้ามาเป็นอาทิตย์แล้ว
 
ปิดปุป ตื่นปัป นอนต่อไม่ได้ จนแน่ๆเดือนนี้
 
.....................................................
 
งอน งอน งอน ชิ
 
ไม่รัก ไม่รอ นะ เชอะ
 
 
July 07

Love Actually (again)

 
 
เวียนหัว คลื่นไส้ และ อาเจียน
 
ไม่ได้ท้องแต่อย่างใด อย่าตกใจไปค่ะ
 
ก็แค่เครียด ตอนนี้เลยบวกอาการปวดหัวข้างเดียวเข้าไปด้วย
 
พยายามผ่อนคลาย ทำไม่ได้ซะอย่างนั้น
 
ออกไปถ่ายรูปอีกแล้วล่ะวันนี้ ได้ชอตสวยๆมาเหมือนกัน
 
แต่ก็ขี้เกียจเอาลง
 
ตอนนี้กำลังเปิดหนังอยู่ (Love Actually)ไม่ได้ดูหรอก
 
ก็ฟังแค่เสียง เหมือนที่เคยเล่าบ่อยๆ
 
ดูจนจำบทพูดได้เกือบทั้งเรื่องแล้ว
 
แต่ยกเว้นหน่อยล่ะกัน ที่พูดฝรั่งเศส อันนั้นจำไม่ได้หรอก
 
อยากผ่อนคลาย ดูหนังเรื่องโปรด แต่นะ หัวยังตึงๆ
 
ปล่อย และ วาง
 
 

ก็แค่ระบาย

 
 
อยากปั่นงานให้เสร็จใจจะขาด
 
แต่อะไรอะไรมักจะไม่เป็นใจเสมอ
 
ช่วงนี้เขียนไม่ออก เหมือนตลกหมดมุกซะงั้น
 
เปิดคอม นั่งเฝ้าหน้าคอมมาเป็นอาทิตย์แล้ว
 
พอเขียนไม่ออกเลยนั่งทำพวกรูปแทน ถ่ายเยอะแยะ
 
ทำไมใช้นิดเดียว กำลังหาเรื่องเขียนเพื่อจะเอารูปลงอีก
 
ช่วงที่ตัวเองเป็นแบบนี้อยากมีใครสักคนมาอยู่ด้วยกันตรงนี้
 
เธอก็อยู่นะ อยู่ในคอมพิวเตอร์ ออน แต่เราก็ไม่ได้ว่างคุยกัน
 
คำถามนึง บางทีมากกว่าสองชั่วโมงกว่าจะได้คำตอบ
 
ก็เข้าใจ เพราะเธอยุ่งจริงๆนี่นา แล้วก็พยายามตอบแล้วล่ะนะ 
 
ทำได้อย่างเดียวคือ เข้าใจและรอ
 
สักพักเธอเข้าที่เข้าทางก็คงดีขึ้น
 
อาทิตย์หน้าคงเหงาอยู่เหมือนกัน เพราะเธอลาไปรับปริญญา
 
ตั้งแต่สิบห้า แต่รับวันที่ยี่สิบสอง พูดแล้วก็อิจฉาชะมัด
 
เมื่อไหร่จะถึงวันของช้านนนนนนนนน
 
ปีแรกๆที่คบกัน เธอส่งรูปรับปริญญาโทมาให้ เพราะตอนนั้นชั้นไปไม่ได้
 
 ยังจำได้หรือเปล่า
 
แล้วปีนี้ล่ะ จะส่งให้อีกสักใบไหมนะ แต่ไม่ขอรูปอย่างเดียวได้ไหม
 
เฮ้อ พร่ำเพ้อ อีกแล้ววววววววว
 
อ้อ กลับมาเรื่อง เขียนไม่ออก แล้ววันนี้เธอก็ยุ่งไม่มีเวลาคุย
 
ด้วยความเซ็ง แบกกล้องออกไปถ่ายรูป ได้รูปมาแค่ไม่กี่ใบหรอก
 
แต่อิ่มกับอาหารฝีมือพี่จู้อีกแล้ว
 
 ฝากท้องห้องพี่จู้ แล้วก็เพิ่งกลับมาบ้านนี่แหละ
อำลาก่อนนะคะ อารมณ์ติสแตกทั้งวันแล้ว
 
ขออารมณ์เด็กวิทย์คืนมาสักสองชั่วโมงงานจะได้เสร็จ
 
เฮ้ออออออออ
 
 
July 06

ปายเที่ยว ปายเที่ยว

 
 
หุหุ ป่าวนะไม่ได้ไปไหน
 
เฮ้อ เมื่อไหร่จะเขียนเสร็จเนี่ยตรู เครียดๆเขียนไม่ออก
 
หรือว่ามันไม่รนก้นพอไม่รู้
 
อยากไปเที่ยว อยากถ่ายรูป ตั้งท่ามันหลายอาทิตย์แล้ว
 
สุดท้ายฝนตก ไม่รู้ว่าพยากรณ์วันพรุ่งนี้จะเชื่อถือได้ไหมน้อ
 
แดดดีรูปสวย แต่ตัวดำ เฮ้อ
 
มีหลายเรื่องให้จดจ่อ แต่ทำไมได้เล้ย
 
สับสนแล้ว ไปดีกว่า
 
 
July 04

บอก...ในใจ

 
 
รู้สึกแบบนี้ตลอดไปก็ดีนะสิ
 
 
July 02

วันพุธ

 
 
ตื่นตั้งแต่เช้าเป็นปกติ แต่ก็คิดๆไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าไม่ไปแลป
 
ไปก็เขียนไม่ได้เพราะวันนี้ต้องเคลียร์ของทั้งหมดออกจากโต๊ะ
 
วันพรุ่งนี้บริษัทขนย้ายจะมายกไปตึกใหม่
 
วันนี้ตอนบ่ายเลยไปบอกเซนเซว่าช่วงนี้เขียนงานอยู่ห้องนะ
 
แต่ด้วยความเกรงใจเด็กๆเลยบอกแกว่า
 
ยังไงจะมาทุกบ่ายแล้วกันจะมาช่วย
 
แกก็โอเคนั้นแหละ จะไปว่าอะไร
 
จากบล็อกเมื่อวานก็ไม่มีอะไร เป็นพวกอินเพลงง่ายๆ
 
ก็อีกนั้นแหละไปอ่านไดพี่สาวสุดเลิฟ
 
ชอบเพลงเอามากๆ แอบนึกถึงเรื่องตัวเองเล็กน้อย อิอิ
 
เมื่อสองวันก่อนสนุกมากเลยเนอะเจ้ วันหลังเล่นอีกเอาป่าว
 
รูปน้องยูก็นะ หาไม่เจอ โทษทีแล้วกัน
 
เอาไว้ไปหาจะเอามาอวด กร๊ากๆๆๆๆๆ
 
.......................................................
 
มีความสุขจนน่ากลัวอีกแล้ว
 
ทั้งที่เธอก็เป็นคนเดิม แต่ทำไมเมื่อก่อนชั้นไม่เคยมองเห็นสิ่งพวกนี้
 
เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นมั้ง มุมที่เคยมองว่าไม่ชอบเมื่อตอนอดีต
 
ชั้นกลับรู้สึกดีกับมันมากๆในปัจจุบัน
 
ตอนนั้นเหมือนเด็กอยากได้ของเล่น สุขใจที่ได้ครอบครอง
 
ของเล่นสีสวย ฟังก์ชั่นมากมาย
 
เล่นไม่เป็น ดูแลไม่ได้ สุดท้ายโยนทิ้งดีกว่า
 
โตขึ้น กลับไปค้นหาของเล่นชิ้นเดิม
 
แต่ไม่มีสิทธิในการครอบครอง
 
ของเล่นชิ้นนี้ใช้เงินซื้อไม่ได้ หากแต่ต้องใช้ใจ และ เวลา
 
มาถึงตอนนี้
 
สนุกกับการฟังก์ชั่นหลากหลายที่ไม่เคยได้ลอง
 
หวงของเล่นชิ้นนี้เหลือเกิน
 
เพราะมีเด็กหลายคนคอยที่จะแย่งอยู่ตลอดเวลา
 
บางทีก็น้อยใจ บ้าบอไปคนเดียว
 
"สร้างความมั่นใจให้ตัวพี่...สิ"
 
ขอบคุณนะน้องโอ ถ้าไม่ได้แกชั้นคงแย่หลายครั้งแล้ว
 
มันทำให้ฉุกคิดขึ้นมาว่า เราเคยอยู่ๆก็ไป อๆยู่ก็มา
 
ใครที่ไหนจะไว้ใจล่ะ จริงไหม
 
แต่บางครั้งเกือบลืมไปแล้ว ว่าเรายังไม่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
 
อืม  มันก็แปลกดี
 
..................................................
 
July 01

รักเธอ...ตาแก่

 
 
 
 ที่เธออยากรู้ ว่ามันจะยาวนานเท่าไร

ถ้าเวลาผ่านไป ฉันจะเบื่อเธอไหม

ที่อยากรู้ จะตอบให้เธอนั้นเข้าใจ

ไม่มีวันเปลี่ยนไป ให้เธอจงฟัง 

ถึงเธอจะแก่กว่านี้ จะเหี่ยวกว่านี้

จะหง่อมกว่านี้ซักเท่าไร

ผมเธอจะหงอกจะขาว เคี้ยวข้าวแทบไม่ไหว

ยังไงก็รักเธอยายแก่
 
....................................................
 
รักนะตาแก่ ฮิ้วววววววว
 
 

ขออภัยผู้อ่าน

 
 
ของขึ้น
 
แมร่....................................ง
 
ที่เค้าว่าสันดานก็คือสันดานมันเป็นแบบนี้แหละนะ
 
ทำไมชอบสร้างความวุ่นวายให้ชาวบ้าน
 
สุขบนทุกข์กับการเล่นบนชีวิตและจิตใจคนอื่น
 
ไหนเค้าว่ากรรมมันตามทันอย่างกับจรวด
 
ไม่เห็น....ได้รับสักที
 
 
June 30

ถึงเวลาแล้ว

 
 
เตรียมตัวแพ็คของกันมาเป็นเดือนๆ
 
วันนี้เป็นวันที่ย้ายของออกจากแลปวันแรก
 
เศร้า  ใจหาย
 
เพราะถึงตึกจะเสร็จก็ไม่ได้กลับมาที่นี่แล้วล่ะ
 
แต่ทำไงได้เนอะ ทำใจดีกว่า
 
ที่มานั่งบ่นในสเปซเนี่ยเพราะว่ารอบริษัทขนย้ายมาขนของ
 
จะทำงานก็ไม่ได้เดี๋ยวขาดตอน
 
...............................................
 
คุยกับที่บ้านเรื่องกลับบ้าน
 
ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงคาดว่าน่าจะเป็นหลังพรีเซ้นต์จบ
 
คงจะเป็นกันยา แล้วก็กลับมาที่นี่วันรับปริญญา
 
คุยกันหลายเรื่องแต่หลักๆก็จะไปเที่ยวที่ไหนกัน
 
เฮ้อ พูดแล้วอยากให้เป็นวันนี้พรุ่งนี้
 
................................................
 
ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วล่ะ อารมณ์มันหม่นๆ
 
เศร้า เฮ้อ
 
คิดถึงใครบางคน ที่ไม่อาจพบและเจอ
 
..........................................
 
June 29

เต้นรำทำครัว

 
 
 
 
 
 
แปะรูปไว้ก่อนนา ง่วงนอนแว้วววววว
 
 
 
* edit 15:45
 
 
เนื่องจากความเบื่อในอารมณ์ตัวเอง และงานที่มันไม่คืบหน้า
 
นัดแนะกับพี่จู้ว่าจะไปหา เพราะอยากได้ลูกมือทำลูกชุบ
 
ก่อนไปเปิดดูผงเครื่องปรุงที่แม่ส่งมา โอววววววว
 
ผงทำสะเต๊ะ  เพิ่งเห็นเหอๆๆๆๆ
 
บ่ายสองไปถึงหอพี่จู้ ลูกชุบยังไม่ได้เริ่มหรอก
 
หมักไก่สะเต๊ะกันก่อน แล้วก็วุ่นวายกันกับน้ำจิ้มและอาจาด
 
หุหุ ขณะปิ้งไก่เราก็แช่ถั่วทำลูกชุบไปด้วย
 
พระเจ้า....ลูกชุบน่ะ มันไม่ได้ยากที่ไส้อย่างที่คิดไว้
 
แต่มันยากตรงลงสีกะปั้นนี่แหละ
 
ด้วยความขี้เกียจแล้วความดึก เที่ยงคืนแล้วลูกชุของเราเพิ่งจะได้ชุบ
 
เฮ้อ ...... และแล้วแม่ครัวเปลี่ยนใจกระทันหัน
 
บอกพรรคพวกว่าวันนี้เป็นเม็ดขนุนแล้วกัน
 
เหอ เหอ เค้าว่ากันว่ารสชาติดี
 
แต่หน้าตา ไม่ควรพูดถึงอย่างแรง
 
ขนาดเพื่อนญี่ปุ่นถามว่าเรียกว่าอะไร ยังไม่กล้าบอกเพราะมันดันถ่ายรู้ไปด้วย
 
กรี๊ดดดดดดดด
 
เสียชื่อประเทศชาติไหมนะ
 
สรุปแล้วต้องไปเข้าคอร์สเรียนศิลปะก่อนถึงจะทำลูกชุบได้
 
จริงไหมท่านผู้ชม
 
.............................................
 
อาเธอร์ ของชั้นดูดีมีระดับตรงไหน แม่ครัวขี้เกียจเสียบไม้
 
ปิ้งเป็นชิ้นๆแบบนั้นเลย เหอๆๆ ระดับตรงไหนง่ะ
 
ระดับล่างรึป่าววววววว
..........................................
 
Photo 1 of 6
More albums (63)
                                             
 
 
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Phuwrote:
แวะมาทักทาย สบายดีไหม? 
July 12
รักษาสุขภาพด้วยนะ อย่ามัวแต่เที่ยวหล่ะ
Feb. 28
ยินดีด้วยครับ เรียนจบ ต่อไปก็ ทำงานละ มะใช่สิ ต้องเที่ยวก่อน ฮะๆ
Sept. 29
congratulation มีความสุขมากๆนะจ้า มหาบัณฑิตคนใหม่
Sept. 25
ครบ 1 ปีแล้วที่เราไม่เจอกัน  ทำไมเวลามันช่างเร็วจังเนอะ คิดถึงนะจ้า
Sept. 23